วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเกิดสึนามิ


สึนามิ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Harbour Wave คำแรก สึ แปลว่า harbour คำที่สอง นามิ แปลว่า คลื่น ปัจจุบันใช้เป็นคำเรียก กลุ่มคลื่นที่มีความยาวคลื่นมากๆขนาดหลายร้อยไมล์ นับจากยอดคลื่นที่ไล่ตามกันไป เกิดขึ้นจากการที่น้ำทะเลในปริมาตรเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนที่ในแนวดิ่ง ด้วยเหตุมาจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกส่วนที่อยู่ใต้ทะเลลึก บางครั้งก็เรียกว่า seismic wave เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว เรามักจะสับสนกับคำว่า สึนามิ กับ tidal wave ซึ่งเกิดจากน้ำขึ้นน้ำลง แต่ สึนามิ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการขึ้นลงของน้ำเลย



สึนามิ ส่วนใหญ่ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ทะเลอย่างฉับพลัน อาจจะเป็นการเกิดแผ่นดินถล่มยุบตัวลง หรือเปลือกโลกถูกดันขึ้นหรือยุบตัวลง ทำให้มีน้ำทะเลปริมาตรมหาศาลถูกดันขึ้นหรือทรุดตัวลงอย่างฉับพลัน พลังงานจำนวนมหาศาลก็ถ่ายเทไปให้เกิดการเคลื่อนตัวของน้ำทะเลเป็น คลื่นสึนามิ ที่เหนือทะเลลึก จะดูไม่ต่างไปจากคลื่นทั่วๆไปเลย จึงไม่สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีปกติ แม้แต่คนบนเรือเหนือทะเลลึกที่ คลื่นสึนามิ เคลื่อนผ่านใต้ท้องเรือไป ก็จะไม่รู้สึกอะไร เพราะเหนือทะเลลึก คลื่นนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลปกติเพียงไม่กี่ฟุตเท่านั้น จึงไม่สามารถแม้แต่จะบอกได้ด้วยภาพถ่ายจากเครื่องบิน หรือยานอวกาศ



นอกจากนี้แล้ว สึนามิ ยังเกิดได้จากการเกิดแผ่นดินถล่มใต้ทะเล หรือใกล้ฝั่งที่ทำให้มวลของดินและหิน ไปเคลื่อนย้ายแทนที่มวลน้ำทะเล หรือภูเขาไฟระเบิดใกล้ทะเล ส่งผลให้เกิดการโยนสาดดินหินลงน้ำ จนเกิดเป็นคลื่น สึนามิ ได้ ดังเช่น การระเบิดของภูเขาไฟ คระคะตัว ในปี ค.ศ. ๑๘๘๓ ซึ่งส่งคลื่น สึนามิ ออกไปทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในเอเชีย มีจำนวนผู้ตายถึงประมาณ ๓๖,๐๐๐ ชีวิต


นอกเหนือไปจากนั้น ในกรณีที่มีความเป็นไปได้ไม่สูงมากนัก คือการที่เกิดอุกกาบาตตกใส่โลก ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖๕ ล้านปีมาแล้ว ทำลายล้างชีวิตบนโลกเป็นส่วนใหญ่ สรุปแล้วก็คือ สึนามิ จะเกิดขึ้นเมื่อ น้ำทะเลในปริมาตรมหาศาล ถูกผลักดันให้เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมในแนวดิ่ง อย่างฉับพลันกระทันหันชั่วพริบตา ด้วยพลังงานมหาศาล น้ำทะเลก็จะกระจายตัวออกเป็นคลื่น สึนามิ ที่เมื่อไปถึงฝั่งใด ความพินาศสูญเสียก็จะตามมาอย่างตั้งตัวไม่ติด

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Full breakfast




Full English breakfast

The normal ingredients of a traditional full English breakfast are bacon (traditionally back bacon, less commonly streaky bacon), egg
s, fried or gr
illed tomatoes, fried mushrooms, fried bread or toast and sausages, usually served with a mug of tea.
Black pudding is added in some regions, as is fried leftover mashed potatoes (called potato cakes). Originally a way to use up leftover vegetables from the main meal of the day before, bubble and squeak, shallow-fried leftover vegetables with potato, has become a breakfast feature in its own right. Hash browns and baked beans are a common modern addition, while onions, either fried or in rings, occasionally appear. In the North Midlands, fried or grilled oatcakes sometimes replace fried bread. When an English breakfast is ordered to contain everything available it is often referred to as a Full English, or a Full Monty.



Full Irish breakfast

An Irish breakfast consisting of sausages, black and white pudding, bacon and fried eggs.
In Ireland, as elsewhere, the exact constituents of a full breakfast vary, depending on geographical area, personal taste and cultural affiliation. Traditionally, the most common ingredients are bacon rashers, sausages, fried eggs, white pudding, black pudding, toast, sliced potato, and fried tomato.[4] Sauteed mushrooms are also sometimes included,[5] as well as liver (although popularity has declined in recent years), and brown soda bread.[citation needed] A full Irish breakfast may be accompanied with a strong Irish Breakfast tea such as Barry's Tea, Lyons Tea, or Bewley's breakfast blend served with milk. Fried potato bread, farl, potato farl or toast is often served as an alternative to brown soda bread.




Ulster Fry


An Ulster Fry is a dish similar to the Irish breakfast or the Full English, and is popular throughout Ulster.

A traditional Ulster Fry consists of bacon, eggs, sausages (either pork or beef), the farl form of soda bread (the farl is split in half crossways to expose the inner bread and then fried with the exposed side down), potato bread[6] and wheaten farl. Other common components include mushrooms, baked beans or pancake. All this is traditionally fried, however in recent decades, people have taken to grilling the ingredients instead.
The Ulster Fry is often served for breakfast, lunch and dinner in households and cafés around the province. Emigrants have also popularised the serving of an Ulster Fry outside Ulster.
The usual accompaniment is strong tea, typically a blend with a high proportion of Assam leaves.
Between 2001 and 2007 the television channel BBC Two Northern Ireland used a station ID during local opt-outs from national UK programming which featured the BBC Two logo eating an Ulster Fry.


วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ตำนานวันลาเลนไทน์

เรื่องของ วันวาเลนไทน์ นี้ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ณ กรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิคลอดิอุส ที่สอง (Claudius II) โดยที่จักรพรรดิพระองค์นี้ มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น เขาได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคน สักการะนับถือพระเจ้า 12 องค์ โดยผู้ที่ขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษ รวมทั้งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกคริสเตียนด้วย แต่นักบุณวาเลนตินุส (Valentinus) มีความเลื่อมใส ศรัทธาต่อพระคริสมาก เขาได้กล่าวไว้ว่า แม้กระทั่งความตายก็ไม่สามารถ เปลี่ยนความคิดของเขาได้ เขาจึงได้ถูกขังคุก

ช่วงอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตของเขานั้น ได้มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น ขณะที่เขาถูกคุมขังอยู่นั้น ผู้คุมขังได้ขอให้วาเลนตินุส สอนลูกสาวเขาซึ่งตาบอดด้วย จูเลียเป็นคนสวยแต่น่าเสียดายที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนตินุสได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่าง ๆ สอนเลข และเล่าเรื่องพระเจ้าให้เธอฟัง จูเลีย สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ โดยคำบอกเล่าของ วาเลนตินุส เธอเชื่อใจเขาและเธอมีความสุขมากเมื่ออยู่กับเขา

วันหนึ่งจูเลียถามวาเลนตินุสว่า “ถ้าเราอธิษฐาน พระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเราไหม” เขาตอบ “พระองค์เจ้า จะได้ยินเราแน่นอน ท่านได้ยินเราทุกคน” จูเลียกล่าว “ท่านทราบหรือไม่ว่า ข้าอธิษฐานขออะไรทุก ๆ เช้า ทุก ๆ เย็น....ข้าหวังว่า ข้าจะได้มองเห็นโลก เห็น ทุก ๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง” วาเลนตินุสจึงบอก “พระเจ้ามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นในพระองค์ท่าน เท่านั้นเอง”

จูเลีย ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าจึงได้คุกเข่า กุมมือ อธิษฐานพร้อมกับวาเลนตินุส และในขณะนั้นเอง ก็ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น จูเลียค่อย ๆ ลืมตา พระเจ้า.....เธอมองเห็นแล้ว!!!!! เขาและเธอจึงกล่าวขอบคุณต่อพระเจ้า และเรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้ ได้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร

ในคืนก่อนที่วาเลนตินุสจะสิ้นชีวิต โดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” เข้าสิ้นชีพในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้น ศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินุส แต่ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม
















วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ประวัติ Facebook

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 Mark Zuckerburg ได้เปิดตัวเว็บไซต์ facebook ซึ่งเป็นเว็บประเภท social network ที่ตอนนั้น เปิดให้เข้าใช้เฉพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดเท่านั้น และเว็บนี้ก็ดังขึ้นมาในชั่วพริบตา เพราะแค่เพียงเปิดตัวได้สองสัปดาห์ ครึ่งหนึ่งของนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ก็สมัครเป็นสมาชิก facebook เพื่อเข้าใช้งานกันอย่างล้นหลาม และเมื่อทราบข่าวนี้ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในเขตบอสตั้นก็เริ่มมีความต้องการ และอยากขอเข้าใช้งาน facebook บ้างเหมือนกัน มาร์คจึงได้ชักชวนเพื่อของเค้าที่ชื่อ Dustin Moskowitz และ Christ Hughes เพื่อช่วยกันสร้าง facebook และเพียงระยะเวลา 4 เดือนหลังจากนั้น facebook จึงได้เพิ่มรายชื่อและสมาชิกของมหาวิทยาลัยอีก 30 กว่าแห่ง

ไอเดียเริ่มแรกในการตั้งชื่อ facebook นั้นมาจากโรงเรียนเก่าในระดับมัธยมปลายของมาร์ค ที่ชื่อฟิลิปส์ เอ็กเซเตอร์ อะคาเดมี่ โดยที่โรงเรียนนี้ จะมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่ชื่อว่า The Exeter Face Book ซึ่งจะส่งต่อ ๆ กันไปให้นักเรียนคนอื่น ๆ ได้รู้จักเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน ซึ่ง face book นี้จริง ๆ แล้วก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น จนเมื่อวันหนึ่ง มาร์คได้เปลี่ยนแปลงและนำมันเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ต

เมื่อประสบความสำเร็จขนาดนี้ ทั้งมาร์ค ดัสติน และ ฮิวจ์ ได้ย้ายออกไปที่ Palo Alto ในช่วงฤดูร้อนและไปขอแบ่งเช่าอพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์ มาร์คได้เข้าไปคุยกับ ชอน ปาร์คเกอร์ (Sean Parker) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Napster จากนั้นไม่นาน ปาร์คเกอร์ก็ย้ายเข้ามาร่วมทำงานกับมาร์คในอพาร์ตเมนท์ โดยปาร์คเกอร์ได้ช่วยแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนรายแรก ซึ่งก็คือ ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal และผู้บริหารของ The Founders Fund โดยปีเตอร์ได้ลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ

ด้วยจำนวนสมาชิกหลายล้านคน ทำให้บริษัทหลายแห่งสนใจในตัว facebook โดย friendster พยายามที่จะขอซื้อ facebook เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกลางปีพ.ศ. 2548 แต่ facebook ปฎิเสธข้อเสนอไป และได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจาก Accel Partners เป็นจำนวนอีก 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในตอนนั้น facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

facebook ยังเติบโตต่อไป จนถึงเดือนกันยายนปีพ.ศ. 2549 ก็ได้เปิดในโรงเรียนในระดับมัธยมปลาย เข้าร่วมใช้งานได้ และในเดือนถัดมา facebook ได้เพิ่มฟังค์ชั่นใหม่ โดยสามารถให้สมาชิก เอารูปภาพมาแบ่งปันกันได้ ซึ่งฟังชั่นนี้ได้ัรับความนิยมอย่างล้นหลาม ในฤถูใบไม้ผลิ facebook ได้รับเงินจากการลงทุนเพิ่มอีกของ Greylock Partners, Meritech Capitalพร้อมกับนักลงทุนชุดแรกคือ Accel Partners และ ปีเตอร์ ธีล เป็นจำนวนเงินถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าการประเมินมูลค่าในตอนนั้นเป็น 525 ล้านเหรียญ หลังจากนั้น facebook ได้เปิดให้องค์กรธุรกิจหรือบริษัทต่าง ๆ ให้สามารถเข้าใช้งาน facebook และสร้าง network ต่าง ๆ ได้ ซึ่งในที่สุดก็องค์กรธุรกิจกว่า 20,000 แห่งได้เข้ามาใช้งาน และสุดท้ายในปีพ.ศ. 2550 facebook ก็ได้เปิดให้ทุกคนที่มีอีเมล์ ได้เข้าใช้งาน ซึ่งเป็นยุคที่คนทั่วไป ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถเข้าไปใช้งาน facebook ได้เพียงแค่คุณมีอีเมล์เท่านั้น

ในช่วงฤดูร้อนปี 2550 ครั้งนั้น Yahoo พยายามที่จะขอซื้อ facebook ด้วยวงเงินจำนวน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่ามาร์คได้ทำการตกลงกันด้วยวาจาไปแล้วด้วยว่า จะยอมขาย facebook ให้กับ Yahoo และเพียงแค่สองสามวันถัดมา หุ้นของ Yahoo ก็ได้พุ่งขึ้นสูงเลยทีเดียว แต่ว่าข้อเสนอซื้อได้ถูกต่อรองเหลือเพียงแค่ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้มาร์คปฎิเสธข้อเสนอนั้นทันที ภายหลังต่อมา ทาง Yahoo ได้ลองเสนอขึ้นไปที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกครั้ง คราวนี้มาร์คปฎิเสธ Yahoo ทันที และได้รับชื่อเสียงในทางไม่ดีว่า ทำธุรกิจเป็นเด็กฯ ไปในทันที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาร์คปฎิเสธขอเสนอซื้อบริษัท เพราะเคยมีบริษัท Viacom ได้เคยลองเสนอซื้อ facebook ด้วยวงเงิน 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และถูกปฎิเสธไปแล้วในเดือนมีนาคมปี 2550

มีข่าวอีกกระแสหนึ่งที่ไม่ค่อยดีสำหรับ facebook ที่ได้มีการโต้เถียงกันอย่างหนัก กับ Social Network ที่ชื่อ ConnectU โดยผู้ก่อตั้ง ConnectU ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กที่ฮาเวิร์ด ได้กล่าวหาว่ามาร์คได้ขโมยตัว source code สำหรับ facebook ไปจากตน โดยกรณีนี้ได้มีเรื่องมีราวไปถึงชั้นศาล และตอนนี้ได้แก้ไขข้อพิพาทกันไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่าจะมีข้อพิพาทอย่างนี้เกิดขึ้น การเติบโตของ facebook ก็ยังขับเคลื่อนต่อไป ในฤดูใบไม่ร่วงปี 2551 facebook มีสมาชิกที่มาสมัครใหม่มากกว่า 1 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่วันละ 200,000 คน ซึ่งรวมกันแล้วทำให้ facebook มีสมาชิกมากถึง 50 ล้านคน โดย facebook มียอดผู้เข้าชมเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 ล้านเพจวิวต่อเดือน จากวันแรกที่ facebook เป็น social network ของนักศึกษามหาวิทยาลัย จนวันนี้ สมาชิกของ facebook 11% มีอายุมากกว่า 35 ปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปีก็เข้ามาสมัครใช้ facebook กันเยอะมาก นอกเหนือจากนี้ facebook ยังเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดย 15% ของสมาชิก เป็นคนที่อยู่ในประเทศแคนาดา ซึ่งมีรายงานออกมาด้วยว่า ค่าเฉลี่ยของสมาชิกที่มาใช้งาน facebook นั้นอยู่ที่ 19 นาทีต่อวันต่อคน โดย facebook ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหรัฐอเมริกาและเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้อัพโหลดรูปภาพสูงที่สุดด้วยจำนวน 4 หมื่นหนึ่งพันล้านรูป

จากจำนวนสถิติเหล่านี้ ไมโครซอฟต์ได้ร่วมลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อแลกกับหุ้นจำนวน 1.6 % ในเดือนตุลาคม 2551 ทำให้มูลค่ารวมของ facebook มีมากกว่า 15,000 ล้านบาท และทำให้ facebook เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ในหมู่บริษัทอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่ารายรับต่อปีเพียงแค่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลายฝ่ายได้อธิบายว่า การตัดสินใจของไมโครซอฟต์ในครั้งนี้ทำเพียงเพื่อที่จะเอาชนะ Google ซึ่งเป็นคู่แข่งขันที่จะขอซื้อ facebook ในครั้งเดียวกันนั้น

คู่แข่งของ facebook ก็คือ MySpace, Bebo, Friendster, LinkedIn, Tagged, Hi5, Piczo, และ Open Social

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

ปัญหาของเด็กไทย

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับ เด็กเยาวชนของเราฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเอ็นฯติดแต่กลัวพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเสีย, เกรดตกกลัวพ่อแม่เสียใจ, ติด F กลัวพ่อแม่สิ้นเปลืองเงิน อ่านแล้วเศร้าใจค่ะ
ทำไมเด็กของเราจิตใจจึงเปราะบางนัก ใครมีส่วนทำให้เขาเป็นไปอย่างนั้น
แน่นอนคนใกล้ชิดกับเด็กเองก็คือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ท่านเข้าข่ายมีส่วนโดยปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะพวกท่านใกล้ชิดเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก

ย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน พ่อแม่ในยุคนั้นมักบอกกับลูกว่าต้องเข้าเรียนในคณะที่ดีๆ ทำเงินได้เยอะๆ และมีโอกาสจะได้เป็นใหญ่เป็นโต เด็กๆในยุคนั้นตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมาเป็นพ่อแม่ในยุคปัจจุบันนี้ เราแบกความคาดหวังของพ่อแม่มาตั้งแต่ยุคนั้น

มีทั้งที่สมหวัง และพลาดหวัง จนปัจจุบันนี้เราได้เป็นพ่อแม่คนบ้างแล้ว ท่านเห็นอะไรบ้างไหม ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามที่พ่อแม่คาดหวังไว้ แต่ปัจจุบันก็กลายเป็นแม่คนหนึ่ง และยังสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ตามสมควร (แม้จะไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตตามพ่อแม่คาดหวัง) หากวันนั้นเราฆ่าตัวตาย เราก็จะพลาดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต

พ่อแม่ในยุคปัจจุบันไม่ได้แตกต่างจากยุคก่อน และยิ่งทวีความหวังในตัวลูกมากกว่ายุคก่อนเสียอีก อาจเป็นพราะสภาพการแข่งขัน เอาตัวรอดในปัจจุบันรุนแรงยิ่งนัก

ดิฉันได้เห็นพ่อแม่ที่มีลูกวัยอนุบาลเคี่ยวเข็ญลูกให้เขียนให้อ่านให้ได้ก่อนลูกเพื่อบ้าน หรือเพื่อนในห้อง เด็กอายุเพียง 5-6 ขวบต้องเรียนพิเศษถึง 6 โมงเย็น เพื่อให้พ่อแม่คุยได้ว่าลูกฉันเก่งกว่าใคร ได้เห็นแม่ยืนด่าลูกสาววัยประถมหน้าห้องเรียนในวันที่ไปดูคะแนนสอบว่า "มันเรียนยากเย็นนักรึไง ทำไมทำได้แค่นี้ เรียนพิเศษเพิ่มเยอะๆนะ ห้ามไปเล่นหลังเลิกเรียน" ดิฉันมองหน้าเศร้าๆน้ำตาคลอเบ้าของเด็กคนนั้นด้วยความเวทนา ได้เห็นพ่อแม่บางคนที่เอาเรื่องของตัวเองมาใส่หัวให้ลูกคิด เช่น แกต้องช่วยฉันทำงานบ้าง รู้มั๊ยฉันมีหนี้สินเท่าไหร่ ที่ต้องเลี้ยงดูส่งเสียแกน่ะ (ว่าเข้านั่น แล้วใครมันก่อหนี้ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ที่ไม่รู้จักพอเพียง)

พ่อแม่กำลังทำอะไรกับลูก ทำเพื่ออะไร ชดเชยสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ในวัยเด็ก หรือเพียงอยากจะแข่งขันกับคนอื่นเพื่อความมีหน้ามีตาของตัวเอง

วันๆพ่อแม่ก้มหน้าก้มตาหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนสำหรับโรงเรียนดีๆแพงๆ แต่เพื่ออะไร เคยถามลูกหรือไม่ วันนี้เรียนเป็นยังไง ลูกทำอะไรบ้างที่โรงเรียน ลูกมีปัญหาอะไรปรึกษาพ่อแม่บ้างหรือเปล่า คุณเคยถามในสิ่งที่ลูกต้องการบ้างไหม หรือ บอกแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการให้ลูกฟัง

-คะแนนน้อยจัง ได้ที่เท่าไหร่เนี่ย ไปเรียนพิเศษอีก

-ต้องเอาชนะเค้าให้ได้นะลูก เท่าไหร่เท่ากันต้องเรียนเพิ่มอีกเท่าไหร่ พ่อ/แม่ยอมจ่าย

-เทอมนี้ต้องทำคะแนนให้ได้ดีกว่านี้

-ต้องสอบเข้าคณะนี้ให้ได้นะ ไม่งั้นแย่แน่เลย

-จะเลือกคณะนี้จริงๆเหรอ หางานยากนะ จบมาจะเอาอะไรกิน

-นี่ข้างบ้านติดหมอนะลูก แล้วเราล่ะติดอะไร

-จบแล้วนี่ ได้งานรึยังเงินเดือนเท่าไหร่ ลูกเพื่อนพ่อเค้าได้ตั้งหลายหมื่น

คุณรู้ไหมคะ คำพูดพวกนี้ทำร้ายจิตใจลูกคุณแค่ไหน คุณคิดว่าเค้าจะรับแรงเสียดทานเหล่านี้ได้มั้ย คุณคอยดูแลจิตใจพวกเขาตั้งแต่วัยเด็กมาดีแค่ไหน หากคุณใช้คำพูดเหล่านี้ทิ่มแทงเขาตั้งแต่เด็ก สักวันก็ต้องมีวันที่เขารับไม่ไหว

ไม่ได้บอกว่าให้เลิกคาดหวังในตัวเด็ก แต่ขอให้คุณมีหวังในตัวเด็ก เราย่อมรู้จักลูกของเราดีกว่าใคร

ทุกครั้งที่มองลูก ขอให้นึกถึงตัวเองในวัยเด็ก คุณอยากให้พ่อแม่ใส่ใจในตัวคุณแค่ไหน จงใส่ใจในตัวลูกของคุณให้มากกว่านั้น ฟังสิ่งที่เขาต้องการ มากกว่าบอกแต่สิ่งที่คุณต้องการให้เขาเป็น

ดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดลูก อบรมดูแลเป็นอย่างดี ลูกต้องเป็นเด็กดีของคุณ หากเขาไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่าซ้ำเติมเขาเลยค่ะ

ถึงลูกดิฉันจะไม่เก่งเท่าลูกคนอื่น ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงก็อยากได้ลูกที่ยังมีชีวิตจิตใจและมีลมหายใจอยู่ ไม่ใช่ลูกที่หมดลมหายใจแล้ว เพราะหัวใจแตกสลาย

ช่วยกันสนใจเด็กไทยของเราบ้างนะคะ หลายคนกำลังหัวใจแตกสลายเพราะพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว








วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

20 ประเทศที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก

20. Ireland



ไอร์แลนด์ (ภาษาไอริช Éire) ชื่ออย่างเป็นทางการของประเทศนี้คึอสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (อังกฤษ: Republic of Ireland) (ภาษาไอริช โพบลัคท์ นา เฮย์เรอันน์ - Poblacht na hÉireann) นับเป็นสมาชิกที่อยู่ไกลสุดทางตะวันตกของสหภาพยุโรป มีประชากร 4 ล้านกว่าคน เป็นประเทศบนเกาะไอร์แลนด์ อยู่ห่างจากทวีปยุโรปไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5 ใน 6 ของเกาะดังกล่าว (ส่วนที่เหลืออีก 1 ใน 6 ของเกาะไอร์แลนด์ เรียกว่า ไอร์แลนด์เหนือ เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "สหราชอาณาจักร" นั่นเอง)

ไอร์แลนด์เป็นอีก ประเทศหนึ่งที่ใช้เงินยูโร เมืองหลวงชื่อ ดับลิน พื้นที่ทั้งหมด 70,273 ตร.กม. ประกาศเอกราชจากอังกฤษ เมื่อ 21 มกราคม 2462.


19. Chile






ประเทศชิลี มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐชิลี (สเปน: República de Chile (ข้อมูล)) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาใต้ มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างเทือกเขาแอนดีสกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีอาณาเขตจรดประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก จรดโบลิเวียทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และจรดเปรูทางทิศเหนือ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกของประเทศมีความยาว 6,435 กิโลเมตร ชิลีมีดินแดนในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยครอบครองหมู่เกาะควนเฟร์นันเดซ เกาะซาลาอีโกเมซ หมู่เกาะเดสเบนตูราดัส และเกาะอีสเตอร์ในโพลินีเซีย ชิลียังอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนในแอนตาร์กติกาด้วยเมืองหลวง ซัน ติเอโก (เป็นเมืองใหญ่ที่สุดด้วย) ประชากร 16.4 ล้านคน เนื้อที่ทั้งหมด 756,950 ตร.กม. สกุลเงิน เปโซชิลี ใช้ภาษาเสปนเป็นภาษาราชการ



18. JAPAN

ญี่ปุ่น มีเนื้อที่กว่า 377,835 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 62 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น

ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือประมาณ 128 ล้านคน เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียว ซึ่ง ถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้วจะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ ใช้เงินสกุลเยน.


17. BOTSWANA


บอตสวานา ({Republic of Botswana}; ภาษาเซตสวานา:Lefatshe la Botswana) เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้ และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตดังนี้ ทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ ทิศตะวันตกติดกับประเทศนามิเบีย ทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศซิมบับเว

มีพื้นที่ประมาณ 600,000 ตร.กม. ประชากร ประมาณ 1.6 ล้านคนเศษ
ใช้ภาษา อังกฤษ และ Tswana เป็นภาษาราชการ เพิ่งได้รับเอกราชจากอังกฤษมาเมื่อปี 1966 นี่เอง สกุลเงิน ปูลา (BWP)




16. CANADA


แคนาดา (อังกฤษ: Canada; ภาษาฝรั่งเศสออกเสียง /kanada/, /กานาดา/) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ติดกับสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ทางเหนือมากที่สุดของโลกและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ สองของโลก ปัจจุบันแคนาดาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข โดยถือพระราชินีอลิซาเบธที่สองเป็นกษัตริย์ (หมายเหตุ: พระองค์เดียวกับของสหราชอาณาจักร แต่โดยรัฐธรรมนูญแล้วถือว่าเป็นคนละตำแหน่ง แม้จะเป็นบุคคลเดียวกัน โดยมงกุฎและบัลลังก์นั้นใช้คนละแบบ ไม่ได้ใช้ร่วมกัน)

เมืองหลวง ชื่อออตตาวา (โตรอนโต เป็นเมืองใหญ่ที่สุด) เนื้อที่ 9,984,670 ตร.กม. ประชากร 32.6 ล้านคน ใช้ภาษา อังกฤษ และฝรั่งเศษ เป็นภาษาราชการ สกุลเงิน ดอลลาร์ แคนาดา ($ CAD)


15. TURKEY



ตุรกี (Turkey) (ตุรกี: Türkiye [ตืร์กีเย]) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) เป็นประเทศที่มีดินแดนทั้งในบริเวณเธรซ บนคาบสมุทรบอลข่านในยุโรปตอนใต้ และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ตุรกีมีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน มีพรมแดนทางด้านทิศใต้ติดกับอิรัก ซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน ทางเหนือติดกับทะเลดำ ส่วนที่แยกอานาโตเลียและแทรสออกจากกันคือทะเลมาร์มารา และช่องแคบตุรกี (ช่องแคบบอสฟอรัสและช่องแคบดาร์ดาเนลเลส) ซึ่งมักถือเป็นพรมแดนระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป จึงทำให้ตุรกีเป็นประเทศที่มีดินแดนอยู่ในหลายทวีป

เมืองหลวง อังการา (อิสตันบูล เป็นเมืองใหญ่ที่สุด) เนื้อที่ 780,580 ตร.กม. ประชากร 73.2 ล้านคน, ใช้ภาษา ตุรกี เป็นภาษาราชการ, สกุลเงิน ลีราตุรกี (TRY)


14. ARGENTINA


อาร์เจนตินา หรือชื่อทางการ สาธารณรัฐอาร์เจนตินา (สเปน: República Argentina) เป็นหนึ่งในประเทศในทวีปอเมริกาใต้ (ละตินอเมริกา) ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสทางทิศตะวันตก และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีพรมแดนจดประเทศปารากวัยและประเทศโบลิเวียทางภาคเหนือ จดประเทศอุรุกวัยและประเทศบราซิลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจดประเทศชิลีทางภาคตะวันตกและภาคใต้ อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ รองจากบราซิล และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก

เมืองหลวง บัวโนสไอเรส, เนื้อที่ 2,791,810 ตร.กม.. ประชากร 38.7 ล้านคน ใช้ภาษาสเปน, สกุลเงิน เปโซอาร์เจนตินา


13. EGYPT


สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ (Arab Republic of Egypt) หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า อียิปต์ (Egypt) (อาหรับ: مصر (มิศรุ), ถ่ายเขียนเป็นอักษรโรมันว่า Mişr หรือ Maşr ในภาษาถิ่นของอียิปต์) เป็นประเทศในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรมากที่สุด

ประเทศ อียิปต์มีพื้นที่ประมาณ 1,020,000 กม.² ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรซีนาย (ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้) ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ มีพรมแดนด้านตะวันตกติดกับประเทศลิเบีย ด้านใต้ติดกับ ประเทศซูดาน ด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศอิสราเอล ชายฝั่งทางเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทางตะวันออกติดกับทะเลแดง

ประชากร อียิปต์ส่วนใหญ่อาศัยบนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ (ประมาณ 40,000 กม.2) และคลองสุเอซ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นส่วนของทะเลทรายซาฮารา และมีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง

ประเทศนี้มีชื่อเสียงในด้านอารยธรรมโบราณ รวมถึงอนุสาวรีย์โบราณที่น่าตื่นตาที่สุดในโลก ได้แก่ พีระมิด อารามคาร์นัค และหุบเขากษัตริย์ (Valley of the Kings) ในปัจจุบัน อียิปต์ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของโลกอาหรับ

เมือง หลวง ไคโร (อเล็กซานเดรีย เป็นเมืองใหญ่ที่สุด), เนื้อที่ 1,001,449 ตร.กม., ประชากร 78.9 ล้านคน, ภาษา อาหรับ และมาสรี, สกุลเงิน ปอนด์อียิปต์ (EGP)


12. MEXICO


เม็กซิโก (อังกฤษ: Mexico) หรือชื่อทางการคือสหรัฐเม็กซิโก (United Mexican States) (สเปน: México; Estados Unidos Mexicanos) เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนจรดสหรัฐอเมริกาทางเหนือ และจรดเบลีซและกัวเตมาลาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโกเป็นประเทศที่อยู่ทางเหนือสุดและตะวันตกสุดของภูมิภาคลาตินอเมริกา และเป็นประเทศที่มีผู้ใช้ภาษาสเปนมากที่สุดในโลก

เมืองหลวง เม็กซิโกซิตี้, เนื้อที่ 1,972,550 ตร.กม., ประชากร 108.7 ล้านคน, ใช้ภาษา สเปน, สกุลเงิน เปโซ (MXN)

11. AUSTRALIA


เครือรัฐออสเตรเลีย (อังกฤษ: Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้

เมือง หลวง แคนเบอร์รา (ซิดนีย์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุด), เนื้อที่ 7,686,850 ตร.กม., ประชากร 20.9 ล้านคน, ภาษาอังกฤษ, สกุลเงิน ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)


10. SPAIN


สเปน (สเปน: España) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรสเปน (สเปน: Reino de España)[4] เป็นประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรียร่วมกับโปรตุเกสและอันดอร์รา สเปนมีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเทือกเขาพิเรนีส

เมืองหลวง มาดริด, เนื้อที่ 504,030 ตร.กม., ประชากร 45.2 ล้านคน, ภาษา สเปน, สกุลเงิน ยูโร (EUR)

9. GREECE


ประเทศกรีซ (Greece) (ภาษากรีก: Ελλάδα, Elládha (ออกเสียง: [e̞ˈlaða]) หรือ Ελλάς, Ellás (ออกเสียง: [e̞ˈlas])) มีชื่อประเทศเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) (ภาษากรีก: Ελληνική Δημοκρατία, Ellinikí Dhimokratía (ออกเสียง: [e̞ˌliniˈci ðimo̞kraˈtiˌa]) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ตอนใต้สุดของคาบสมุทรบอลข่าน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศบัลแกเรีย มาซิโดเนีย และแอลเบเนีย มีพรมแดนทางตะวันออกติดกับประเทศตุรกี อยู่ติดทะเลอีเจียนทางด้านตะวันออก ติดทะเลไอโอเนียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางด้านตะวันตกและใต้ กรีซนับว่าเป็นแหล่งอารยธรรมตะวันตกอันยิ่งใหญ่ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งกรีซได้แผ่อิทธิพลไปยัง 3 ทวีป

ชาวกรีกเรียกประเทศตัวเองว่า Hellas ซึ่ง ภาษากรีกในปัจจุบันออกเสียง ว่า Ellas โดยในการพูดทั่วไปจะใช้คำว่า Ellada และมักจะเรียกตัวเองว่า Hellenes แม้กระทั่งในภาษาอังกฤษ ซึ่งคำภาษาอังกฤษ "Greece" มาจากชื่อละตินว่า Graecia หมายถึงพื้นที่ทางเหนือของกรีซในปัจจุบัน ซึ่งมีกลุ่มคนที่เรียกว่า Graikos อาศัยอยู่

เมืองหลวง เอเธนส์, เนื้อที่ 131,945 ตร.กม., ประชากร 11.2 ล้านคน, ภาษา กรีก, สกุลเงิน ยูโร (EUR)


8. USA


สหรัฐอเมริกา (United States of America) เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนต่อกับประเทศแคนาดาและเม็กซิโก ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับประเทศแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ

สหรัฐอเมริกาเป็น ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและ เศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง

เมือง หลวง วอชิงตัน ดี.ซี. (นิวยอร์ค เป็นเมืองใหญ่ที่สุด), เนื้อที่ 9,631,418 ตร.กม., ประชากร 301.7 ล้านคน, ภาษา อังกฤษ, สกุลเงิน ดอลลาร์ (USD)

7. SOUTH AFRICA


ประเทศแอฟริกาใต้ หรือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (อังกฤษ: The Republic of South Africa) หรืออาจเรียกสั้น ๆ ว่า "แอฟริกาใต้" (ต่างจาก "แอฟริกาตอนใต้" ซึ่งเป็นภูมิภาคประกอบไปด้วยหลายประเทศ รวมถึงประเทศแอฟริกาใต้) เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนปลายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับ ประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวานา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และ ประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยอาณาเขตของประเทศแอฟริกาใต้ รวมทั้งยังเป็นประเทศส่งออกเพชรและ ทองคำ

เมืองหลวง.. เคปทาวว์ (ทางฝ่ายนิติบัญญัติ) ทริทอเรีย (ทางฝ่ายบริหาร) โบลเอมฟอนเทอิน (ทางฝ่ายศาล),... ภาษา : แอฟริกัน, อังกฤษ, ซูลู, โซซ่า, สวาติ, เอ็นเด, เบลี, โซโทโต้, โซโทเหนือ, ซองก้า, สวันนา, เวนดา... สกุลเงิน แรน (ZAR)


6. FRANCE



ประเทศฝรั่งเศส หรือ สาธารณรัฐฝรั่งเศส (République française) (ออกเสียง [ʁepyˈblik fʁɑ̃ˈsɛz]) เป็นประเทศที่มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ทั้งยังประกอบไปด้วยเกาะและดินแดนอื่นๆ ในต่างทวีป ประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่ทอดตัวตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบ อังกฤษและทะเลเหนือ และจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ชาวฝรั่งเศสมักเรียกแผ่นดินใหญ่ว่า หกเหลี่ยม (L'Hexagone) เนื่องจากรูปทรงทางกายภาพของประเทศ ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี โดยยึดอุดมการณ์จากปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของมนุษย์และของพลเมือง

ประเทศ ฝรั่งเศสมีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี โมนาโก อันดอร์ราและสเปน และเนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีดินแดนโพ้นทะเลไว้ในครอบครอง ทำให้มีอาณาเขตติดกับประเทศบราซิลและซูรินาเม (ติดกับเฟรนช์เกียนา) และหมู่เกาะอินดีสเนเธอร์แลนด์ตะวันตก (ติดกับแซงต์-มาร์แตง) อีกด้วย นอกจากนั้นประเทศฝรั่งเศสยังเชื่อมกับสหราชอาณาจักรทางอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ อีกด้วย

เมืองหลวง ปารีส, เนื้อที่ 551,695 ตร.กม., ประชากร 64.1 ล้านคน, ใช้ภาษาฝรั่งเศส, สกุลเงิน ยูโร (EUR)


5. BRAZIL



บราซิล หรือชื่อทางการ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอุรุกวัย อาร์เจนตินา ปารากวัย โบลิเวีย เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาเม และดินแดนเฟรนช์เกียนา — ทุกประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ยกเว้นเอกวาดอร์และชิลี

เมืองหลวง บาซิลเลีย (เมืองเซาเปาโล เป็นเมืองใหญ่ที่สุด), เนื้อที่ 8,547,403 ตร.กม., ประชากร 186.4 ล้านคน, ใช้ภาษาโปตุเกส, สกุลเงิน รีล (BRL).


4. THAILAND


คงไม่ต้องบอกข้อมูลนะคะ

3. ITALY




อิตาลี (อิตาลี: Italiana) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) (ภาษาอิตาลี: Repubblica Italiana) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บริเวณยุโรปใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลี และ เกาะซาร์เดนญา และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์ กับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย ประเทศอิตาลีเป็นประเทศสมาชิกก่อตั้งของสหภาพยุโรป เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8

มีประเทศอิสระ 2 ประเทศ คือ ซานมารีโนและนครรัฐวาติกัน เป็นดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ของอิตาลี ในขณะที่เมืองกัมปีโอเนดีตาเลีย (Campione d'Italia) เป็นดินแดนส่วนแยกของอิตาลีที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เมืองหลวง โรม, เนื้อที่ 301,338 ตร.กม., ประชากร 60.1 ล้านคน, ใช้ภาษา อิตาลี, สกุลเงิน ยูโร


2. INDIA



ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก ทั้งนี้ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดพม่า ทางตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกติดบังกลาเทศ และมีพื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าไทยประมาณหกเท่า

เมืองหลวง นิวเดลี (มุมไบ หรือ บอมเบย์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุด), เนื้อที่ 3,287,390 ตร.กม., ประชากร 1,103 ล้านคน, ภาษา อังกฤษ และท้องถิ่น, เฃสกุลเงิน รูปี (INR)


1. NEWZEALAND





นิวซีแลนด์ (อังกฤษ: New Zealand) เมารีนิวซีแลนด์: Aotearoa [เอาเตอารัว] หมายถึง "ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว" หรือ Niu Tireni [นิวทิเรนี] ซึ่งเป็นการทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนตะวันตกเฉียงใต้ - นิวซีแลนด์มีเมืองหลวงชื่อเวลลิงตัน (Wellington)

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ มากที่สุด ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร โดยที่มี ทะเลแทสมันกั้นกลาง ดินแดนเดียวที่อยู่ทางใต้คือทวีปแอนตาร์กติกา และทางเหนือคือนิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และตองกา

เมืองหลวง เวลลิงตัน (โอคแลนด์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุด, เนื้อที่ 268,680 ตร.กม., ประชากร 4.1 ล้านคน, ภาษา อังกฤษและเมารี, สกุลเงิน ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)

Canada ^_^

แคนาดาเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง โดยให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และมีสถานศึกษาชั้นหนึ่ง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G-7 และเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (โออีซีดี) ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยของแคนาดา มักจะประสบความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

จากผลการสำรวจหลายปีที่ผ่านมาขององค์การสหประชาชาติพบว่าแคนาดาเป็นประเทศที่น่าอยู่เหมาะแก่การดำรงชีพมากที่สุดในโลก การสำรวจนี้ได้ประเมิณคุณภาพชีวิตใน 174 ประเทศ และใช้องค์ประกอบชี้บ่งมากกว่า 200 อย่าง แคนาดาได้ถูกจัดอยู่ในอันดับสูงในด้านการศึกษา และระดับอายุเฉลี่ยสูง (โดยใช้ระบบสุขอนามัยมาตรฐานเป็นเกณฑ์) มีอัตราอาชญากรรมและการก่อความรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ ตัวอย่างเช่น เมื่องหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา คือแวนคูเวอร์ โตรอนโต และมอนทรีออลถูกจัดให้เป็นเมืองติดอันดับโลกที่มีความน่าอยู่ เหมาะกับการทำงาน มีความสะอาด ปลอดภัย มีอิสระในการทำกิจกรรมของแต่ละวัฒนธรรมที่ดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่ มี ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ มากมายซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี แคมป์ปิ้ง ปีนเขา หรือขี่จักรยาน แวนคูเวอร์เป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสาธารณะสแตนลีย์ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 1,000 เอเคอร์ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวเมือง นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งมีการแสดงโชว์ของปลาวาฬและปลาโลมา เป็นต้น