วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Green Coffee Bean Extract สารสกัดจากเมล็ดกาแฟ

Green Coffee Extract The history of coffee dates back more than a thousand years, originally , Coffee beans were used as food . East African tribes would grind the coffee berries together , mixing the results into a paste with animal fat. Later , around 1000 AD , Ethiopians made a type of wine from coffee berries , fermenting the dried in water .

The history of coffee dates back more than a thousand years, originally , Coffee beans were used as food . East African tribes would grind the coffee berries together , mixing the results into a paste with animal fat. Later , around 1000 AD , Ethiopians made a type of wine from coffee berries , fermenting the dried in water . Coffee also grew naturally on the Arabian Peninsula where it was first developed into a hot drink . Despite decades of research on coffee and caffeine , there are many misconceptions about the potential health risks associated with coffee , while many of the beneficial aspects have gone unnoticed .

The high antioxidant activity observed in research on coffee is believed to be mostly due to the phenolic acids . GREEN COFFEE EXTRACT contains a number of polyphenols called hydroxycinnamic acids , with the two most prominent being chlorogenic and caffeic acids . Caffeic acid is the most abundant phenolic compound in coffee .
PRODUCT NAMEGREEN COFFEE EXTRACT
COLOURLIGHT TO DARK YELLOWISH BROWN. HYGROSCOPIC POWDER
ODOUR & TASTECHARACTERISTIC ODOUR WITH SLIGHT BITTER TASTE
BOTANICAL NAMECOFFEA ARABICA
PLANT PART USEDSEEDS
PARTICLE SIZE100 % THROUGH 40 MESH
LOSS ON DRYINGNMT 5%
BULK DENSITYNLT 0.4 g/ml
IDENTIFICATIONPOSITIVE FOR CHLOROGENIC ACID BY HPLC
ASSAY
TOTAL CHLOROGENIC ACID BY HPLC
CAFFEINE BY HPLC

: NLT 45%
: 3 - 5%
MICROBIOLOGICAL
A) TOTAL PLATE COUNT
B) YEAST & MOULD
C) SALMONELLA & E.COLI

: NMT 1,000 CFU/g
: NMT 100/g
: ABSENT
HEAVY METALSNMT 10ppm

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Proverbs

"The best time to make friends is before you need them."
*Unknown*
"เวลาที่ดีที่สุดที่จะมีเพื่อนคือก่อนที่เราต้องการ"

"Good is not good, where better is expected."
*Thomas Fuller*
"สิ่งที่ดีอาจจะไม่ดีถ้าคาดหวังหาอะไรที่ดีกว่า"

"Opportunities multiply as they are seized; they die when neglected.
Life is a long line of opportunities."
*John Wicker*
"โอกาสจะเพิ่มขึ้นเมื่อเราจับมันไว้ แต่หายไปถ้าเราไม่สนใจ ชีวิตคือโอกาสหลายๆ อย่างรวมกัน "

"Hating people is like burning down your own house to get rid of a rat."
*Harry Emerson Fosdick*
"การเกลียดชังเหมือนกับการเผาบ้านตัวเองเพื่อที่จะไล่หนูตัวเดียว "

"To conquer fear is the beginning of wisdom."
*Bertrand Russell*
"การเอาชนะความกลัวได้คือจุดเริ่มต้นของความเป็นหปราชญ์"

"Worry often gives a small thing a big shadow."
*Swedish Proverb*
"การกังวลทําให้สิ่งเล็กๆมีเงาใหญ่"

"To cure jealousy is to see it for what it is, a dissatisfaction with self."
*Joan Didion*
"วิธีที่จะรักษาความอิจฉาริษยาคือให้เข้าใจว่าจริงๆแล้ว
มันคือการไม่พอใจในสิ่งที่ตนเป็นอยู่ "

"A winner never quits, and a quitter never wins."
*Anonymous*
"ผู้ชนะไม่มีวันยอมแพ้ ผู้ใดที่ชอบยอมแพ้จะไม่มีวันชนะ "

"The best mind-altering drug is truth."
*Lily Tomlin*
"ยาที่ทําให้คนเปลี่ยนความคิดได้ดีที่สุดคือความจริง"

"Good friends are good for your health. ."
*Irwin Sarason*
"เพื่อนที่ดีนั้นดีต่อสุขภาพ"

"Your friend is the person who knows all about you, and still likes you."
*Elbert Hubbard*
"เพื่อนคือคนที่รู้ทุกเรื่องของคุณ และก็ยังชอบคุณอยู่ "

"If you don't stand for something, you'll fall for anything."
*Michael Evans*
"ถ้าคุณไม่ยึดมั่นในอะไรเลย คุณจะหลงเชื่อทุกอย่าง "

"Life is like a game of cards. The hand that is dealt you represents
determinism; the way you play is free will."
*Jawaharlal Nehru*
"ชีวิตก็เหมือนกับการเล่นไพ่ ไพ่ที่เราได้รับนั้นเหมือนสิ่งต่างๆในชีวิตที่ถูกกําหนดมาแล้ว แต่วิธีที่เราเล่นก็เหมือนการที่เราสามารถทางเดินของเราได้เอง"

"Be not afraid of growing slowly, be afraid only of standing still."
*Chinese Proverb*
"จงอย่ากลัวการเติบโตอย่างล่าช้า แต่จงกลัวการหยุดนิ่ง "

"It is necessary to surpass oneself always;
this occupation ought last as long as life."
*Queen Christina of Sweden*
"เป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องพัฒนาตนให้ดีขึ้น หน้าที่นี้ควรที่จะเป็นอะไรที่เราทําไปชั่วชีวิต "

Worry is like a rocking chair - it gives you something to do
but it doesn't get you anywhere."
*Dorothy Galyean*
"การกังวลนั้นเหมือนเก้าอี้โยก มันให้คุณมีอะไรทําไปเรื่อยๆแต่ไม่ได้พาคุณไปไหนเลย "

"Knowing others is intelligence; knowing yourself is true wisdom.
Mastering others is strength, mastering yourself is true power."
* Lao-Tze*
"รู้จักผู้อื่นคือความฉลาด รู้จักตนเองคือความเชาวน์ปัญญาที่แท้จริง
ควบคุมคนอื่นได้คือพลัง ควบคุมตัวเองคืออํานาจที่แท้จริง "

"Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness,
kinding is feeling creates love."
* Lao-Tze*
"เมตตากรุณาในคําพูดสร้างความมั่นใจ เมตตากรุณาในความคิดสร้างความคิดอย่างลึกซึ้ง เมตตากรุณาในความรู้สึกสร้างความรัก "

"Tact is the art of making your point without making an enemy."
*Howard W. Newton*
"การรู้จักกาละเทศะคือการออกความเห็นโดยไม่สร้างศัตรู"

"The proverb warns that, 'You should not bite the hand that feeds you.
' But maybe you should, if it prevents you from feeding yourself."
*Thomas Szaz*
"มีภาษิตที่เตือนว่า 'จงอย่ากัดมือที่ป้อนเรา' แต่บางทีอาจจําเป็นถ้ามือนั้นห้ามให้เราป้อนตัวเอง"

"People are about as happy as they make up their minds to be."
*Abraham Lincoln*
"คนเรามีความสุขเท่าที่เราตั้งใจที่จะมีความสุข"

"You may deceived if you trust too much,
but you will live in torment if you don't trust enough."
*Frank Crane*
"คุณอาจจะถูกหลอกถ้าไว้ใจใครมากไป แต่คุณจะอยู่อย่างทรมานถ้าคุณไม่ไว้ใจให้พอ "

"You don't love a woman because she is beautiful,
but she is beautiful because you love her."
*Unknown*
"คุณไม่ได้รักผู้หญิงเพราะเธอสวยหรอก แต่เป็นเพราะคุณรักเธอ เธอจึงสวย "

"A tree as big as round as you can reach starts with a small seed;
a thousand-mile journey starts with one step."
*Lao Tze*
"ต้นไม้ที่ใหญ่เท่าที่เราสามารถเอื้อมกอดได้เริ่มด้วยเมล็ดเล็กๆ
การเดินทางที่ยาวเป็นพันไมล์เริ่มด้วยก้าวหนึ่งก้าว"

"Please don't lie to me, unless you're absolutely sure
I'll never find out the truth."
*Ashleigh Brilliant*
"ได้โปรดอย่าโกหกฉัน นอกจากว่าเธอจะมั่นใจว่าฉันจะไม่มีวันรู้ความจริง

"Words - so innocent and powerless as they are,as standing in a dictionary,
how potent for good and evil
they become in the hands of one who knows how to combine them."
*Nathaniel Hawthorne*
"คําพูด - ช่างไร้เดียงสาและไร้อํานาจเมื่ออยู่ในพจนานุกรม
และช่างมีอํานาจยิ่งใหญ่ทั้งในความดีและชั่ว เมื่อมันอยู่ในมือของผู้ที่รู้จักการรวมคํามาประกอบกัน "

No really great man ever thought himself so."
*William Hazlitt*
"ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นเป็นเช่นนั้น "

"Wise men talk because they have something to say;
fools,because they have to say something."
*Plato*
"คนฉลาดนั้นพูดเพราะมีอะไรที่จะพูด คนโง่พูดเพราะจะต้องพูดอะไรสักอย่าง "

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มหาภัยพิบัติล้างโลกน้ำท่วมโลก 2555

มหาภัยพิบัติล้างโลกน้ำท่วมโลก 2555



กล่าวขานกันอย่างหนาหูถึงวันโลกแตก วาระสุดท้ายของโลก, วันพระเจ้าพิพากษาโทษมนุษย์ ไปจนถึงวันสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ซึ่งกล่าวไปแล้ว แม้เรียกขานต่างกันแต่มีความหมายเดียวกัน

นั่นคือโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาคหรือเปลือกโลก ครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งไม่มีใครสามารถตอบ ได้ชัดเจนว่าในอดีตเกิดกี่ครั้งแล้ว แต่ครั้งล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ ผู้นำศาสนา และโหรหลายสำนัก คิด และพูดตรงกันว่า กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

วาระสุดท้ายของโลกสำหรับการเปลี่ยนแปลงเปลือกโลกครั้งใหญ่ ครั้งล่าสุดนี้ นักวิทยาศาสตร์และ นักพยากรณ์พูดตรงกันอีกว่า ไม่ถึงขั้น โลก แตกเป็นผุยผงแต่หมายถึงอาจเกิด มหาภัยพิบัติธรรมชาติครั้งร้ายแรง ในรอบหลายพันปีหรือหมื่นปีซึ่งมีผล ทำให้สิ่งมีชีวิต บนโลกมนุษย์สัตว์และพืช กว่าครึ่งล้มตายไป และอาจทำให้เทคโนโลยี ที่มนุษย์สร้างขึ้นถึงยุคนาโนเทคโนโลยี อาจสูญหายมลายไปเกือบหมด

มหาภัยพิบัติที่หลายฝ่ายพากัน กล่าวขานถึงมากที่สุดในเวลานี้มีอยู่ 3 เหตุการณ์ ได้แก่น้ำท่วมโลก ภูเขาไฟระดับซูเปอร์ภูเขาไฟระเบิดพร้อมกัน และพายุสุริยะจากดวงอาทิตย์ใน สภาพไฟประลัยกัลป์ล้างโลก

ทั้ง 3 มหาภัยพิบัติล้างโลก เกี่ยวข้องกันเหมือนปฏิกริยาลูกโซ่ เป็นโซลาห์แฟลร์ หรือเปลวสุริยะแผ่มาถึงโลกในขณะที่โลกสูญเสียพลังสนามแม่เหล็กโลกไปเนื่อง จากแกนโลกเอียงซึ่งเกิดจาก ภูเขาไฟระเบิดเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

ความร้อนแรงจากเปลวสุริยะ ที่แผ่มายังโลก โดยฉับพลันทันทีโดย ไม่มีพลังสนามแม่เหล็กปกป้องโลกนั้น สามารถทำให้น้ำแข็งขั้วโลกเหนือและ ใต้ละลายอย่างฉบับพลันทันที เกิดน้ำ ท่วมโลกชั่วข้ามคืนเดียว

จนถึงขณะนี้ทุกข้อมูลที่ได้มีการรวบรวมเอาไว้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ ชี้ตรงมาที่มหาภัยพิบัติล้างโลกน่าจะเกิดจากน้ำท่วมโลกมากกว่ามหาภัยพิบัติอื่น ๆ

ทุกวัฒนธรรมทุกความเชื่อในโลกต่างตระหนักว่าการเกิดมหาภัย พิบัติถึงขนาดพลิกฟ้าถล่มดิน หรือน้ำท่วม ใหญ่ระดับ “น้ำท่วมถึงฟ้าปลากินดาว” นั้นมักเกิดลางสังหรณ์ลางบอกเหตุก่อน เสมอ

จากปฏิทินหินของชาวมายา ได้กำหนดไว้ เมื่อ 5,000 ปีก่อนว่า วาระสุดท้ายของโลกในยุคนี้ จะหยุดลง ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555

ก่อนหน้าโลกจะถึงวาระสุดท้าย ตามปฏิทินชาวมายาโบราณนักวิทยา ศาสตร์ยุคใหม่หลายชาติ ได้สรุป ตรงกันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในปลายปี ค.ศ. 2012 ก่อนหน้าอย่างน้อย 1 หรือ 2 ปี ต้องมีลางบอกเหตุ ปรากฏขึ้นมาก่อน

มาบัดนี้ลางบอกเหตุร้ายวาระสุดท้ายของโลกได้ปรากฏออกมาแล้ว ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ.2011 นับแต่เดือน มกราคมเป็นต้นมาเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ภูเขาไฟหินระเบิด น้ำท่วม ครั้งใหญ่ ไปจนถึงความผิดปกติของฤดูกาล ซึ่งหากนำความสูญเสียความเดือดร้อน ผู้คนได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติดังกล่าวนี้ใน รอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีถึง 2,600 ล้านคน เปรียบเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้า มากกว่าถึง 1,000 ล้านคน

จึงน่าสรุปได้ว่าลางบอกเหตุโลกถึงวาระสุดท้าย ธรมชาติได้เตือนภัย มนุษย์ถี่ขึ้นตามลำดับ

ขอรวบรวมมหาภัยพิบัติ ธรรมชาติเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2011 หรือ พ.ศ.2554 ที่เกิดขึ้นแล้วมีดังนี้

5 มกราคม เกิดแผ่นดินไหว ระดับ 5.3 ริกเตอร์ ทางตอนใต้จังหวัดฟาร์สประเทศ อิหร่าน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 16 คน หมู่บ้าน 17 แห่ง พังพินาศกลางเดือน มกราคม เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่เมืองเจดหาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ทำให้เสียชีวิต 13 คน
สูญหาย 3 คน อาคารบ้านเรือน 27,000 หลังเสียหาย พื้นที่ถนนเมือง เจดดาห์ 90% ถูกน้ำท่วมทั้งที่ ซาอุฯ เป็น ประเทศอยู่ในทะเลทรายมูลค่าความ เสียหาย 282,000ล้านบาท

ช่วงระหว่างปลายเดือน มกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทางภาคตะวันออก และภาคเหนือ ประเทศศรีลังกา มีผู้เสียชีวิต 50 คน ประชาชนกว่าล้านคนเดือดร้อน ชาวศรีลังกา 5% ของจำนวนประชากร ทั้งหมดไร้ที่อยู่ มูลค่าความเสียหาย 8,130 ล้านบาท

22 กุมภาพันธ์ เกิดแผ่นดินไหว ระดับ 6.3 ริกเตอร์ที่เมืองไครสต์เชิร์ซ ประเทศออสเตรเลีย มีผุ้เสียชีวิต 182 คน บาดเจ็บกว่า 200 คน อาคาร 1 ใน 3 ที่เมือง ไครสต์ เชิร์ช พังพินาศ บ้านเรือนกว่าหมื่น หลังต้องสร้างใหม่ มูลค่าความเสียหาย 330,000 ล้านบาท

ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ เกิดฝนตก หนัก ที่จังหวัดวิซายาสะจังหวัดไปโคล และจังหวัดคารากา ทางตะวันออกประเทศ ฟิลิปปินส์ เกิดน้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 75 คน พื้นเกษตรกรรม เกือบทั้งหมด เสียหายเป็นมูลค่ากว่า 1,380 ล้านบาท น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ เกิดขึ้นในฤดูหนาวของ ชาวตากาล็อค

10 มีนาคม เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.8 ริกเตอร์ ที่เมืองหยิงเจียง มณฑลยูน นาน มีผู้เสียชีวิต 26 คน บาดเจ็บกว่า 300 คน ผลผลิตจากถ่านหินเสียหายไป 15 % รวมเป็นมูลค่าความเสียหาย 282, 000 ล้านบาท

11 มีนาคม เกิดเหตุธรณีพิโรธ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกระดับ 9.0 ริกเตอร์ ที่ชายฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สูงถึง 40 เมตร กวาดล้างถล่มทะลาย บ้านเมืองโรงงาน พังพินาส ยับเยิน คนตาย อย่างน้อย 13,000 คน สูญหายกว่า 15,000 คน มูลค่าเสียหาย นับเป็นสถิติสูงที่สุดนับแต่เกิดภัยพิบัติธรรมชาติขึ้นมากว่า 9,300 ล้านล้านบาท คิดเป็น 6% ของจีดีพี. ของประเทศญี่ปุ่น (หมายถึงว่าหากปีใดการ พัฒนาเศรษฐกิจญี่ปุ่นโต 6% ปีนั้นมี ค่าเท่ากับศูนย์)

24 มีนาคม เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.8 ริกเตอร์ ที่รัฐฉานทางตะวันออก เฉียงหนือ ของประเทศพม่า มีผู้เสียชีวิต 74 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 100 คน อาคาร กว่า 240 แห่งพังพินาศ

ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้น เดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูแล้งเกิดฝนตกหนัก บริเวณภาคใต้ตอนกลาง โดยเฉพาในเขตจ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ มีผู้เสียชีวิต 53 คน คนจำนวนเกือบ 2 ล้านคนได้รับความเดือดร้อน

ก่อนหน้าเมื่อปลายปี 2553 ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงปัจจุบัน ภูเขาไฟโบโมทางตะวันออกเกาะชวา ได้ระเบิดตูมตาม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน สูญหาย 9 คน เถ้าถ่านลาวาทำลายพืชผล เกษตรกรรมมูลค่าความเสียหาย 403 ล้านบาท ทั้งหมดนี้คือลางบอกเหตุ ที่ธรรมชาติ บอกให้รู้ว่าของใหญ่กว่านี้หลายเท่ากำลังจะมา

ของใหญ่ที่ร้ายแรงกว่านี้ยิ่งขึ้น ทำลายล้างโลกทำให้คน สัตว์ พืช สูญสิ้น เผ่าพันธุ์ไปนั้น มีข่าวปรากฏตั้งแต่ 10 กว่าปีมาแล้ว นับแต่การค้นพบปฏิทินหิน ชาวมายาโบราณ และการพยากรณ์สุดท้าย ของนอสตราดามุสมาเผยแพร่ให้ระบุว่า ช่วงปี พ.ศ. 2012 ถึง 2017 หรือ พ.ศ. 2555 2560 ถึง อาจเกิดมหันตภัยพิบัติ น้ำท่วมโลกขึ้น

นักวิทยาศาสตร์พยายามค้น หาข้อมูลอ้างอิงถึงความเป็นไปได้ตามคำพยากรณ์ ได้พบข้อมูลที่น่าตื่นตะลึง 2 กรณี
1.ข้อมูล จากนักสำรวจได้เก็บข้อมูล มีหมู่เกาะ กรีนแลนด์ขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นเกาะ น้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่ 2.2 ล้าน ตร./กม. ได้พบการละลายน้ำแข็ง ที่มีปริมาณมหาศาล หรือ 19 ร้อยล้านตัน เมื่ออุณภูมิโลกสูงขึ้น 1 องศาซึ่งเกิดจาก สภาวะโลกร้อน น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหล่านี้กำลัง ละลายกลายเป็นน้ำถึงวันละ 1 ล้านตัน โดย จะไหลลงในมหาสมุทรกระทั่งอาจทำให้ น้ำท่วมโลกในปีค.ศ. 2012ตรงตามคำทำนาย

กรณีที่ 2 เป็นกลุ่มนักวิจัยองศา ได้อ้างข้อมูลจากองค์การนาซ่าสหรัฐ อเมริกา ได้คำนวณว่าเมื่อน้ำแข็งจากขั้วโลก ละลายไหลมายัง 7มหาสมุทรทั่วโลก ศูนย์ถ่วงของโลกจะสูญเสียไปอาจทำ ให้แกนโลกถึงกับพลิกกลับขั้ว ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012

หมายความว่า ขั้วโลกเหนือ จะผลักกลับสลับ ที่กันขั้วโลกใต้ช่วงเวลา การกลับขั้วโลกนี้ ทำให้พลังสนามแม่เหล็กโลกเกิดการแปรปรวน จนกระทั่งไม่อาจเป็น เกราะ ป้องกันรังสีอันตรายต่างจากอวกาศ ได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะเรียงตัวได้ใหม่

ในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 จึงเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์แผ่นเปลวสุริยะ ที่มีความร้อนแรงสูงไปยังสุริยะจักรวาล ทุกทิศบางบางส่วนแผ่ตรามายังโลก ไปยังสุริยะจักรวาลทุกทิศบางบาง ส่วนแผ่ตรงมายังโลกซึ่งเป็นดาวบริวาร ลำดับที่ 3 ห่างจากดวงอาทิตย์ 93ล้านไมล์

ช่วงเวลาดังกล่าวนี้โลก อยู่ในช่วงไม่มี พลังสนามแม่เหล็กไว้ป้อง กันตัวเอง ทำให้รังสีจาก ดวงอาทิตย์พุ่งมายังโลกได้อย่างเต็ม ๆ หายนะที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือน้ำแข็ง จากขั้วโลก เหนือและใต้ละลายอย่าง ฉับพลันน้ำปริมาณมหาศาลก่อตัวเป็นระลอกสูง หรือสึนามิ แผ่ขยายไปทั่วโลก

ได้มีการอ้างถึงผลงานวิจัยจาก ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผู้คาดหมายเกิด สึนามิ ที่ทะเลอันดามันเมื่อปี 2006 ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการอำนวยการ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ทำนายว่า กรุงเทพฯทั้งหมดจะจมอยู่ใต้ทะเลใน ปี ค.ศ. 2015

สอดคล้องกับการวิจัย ของดร.องอาจ ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ องค์กร ของไทยผู้ได้ร่วมงานกับองค์การ นาซ่าที่เป็นผู้คิดค้นระบบการลงจอด ยานอวกาศบนดาวอังคารได้พยากรณ์ ว่าโลกจะเกิดมหันตภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปี 2017 ในคำภีร์ไบเบิลของชาวคริสกล่าว ถึงมหันตภัยน้ำท่วมโลกยุคโนอาห์เอาไว้ แผ่นดินถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมดเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ที่โผล่เหนือน้ำ เพียงพอให้โนอาห์นำ เรืออาร์คไปจอดได้ มีบันทึกว่าวันที่เกิดน้ำ ท่วมโลก นั้นเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สูง ถึง 3 ไมล์ หรือ 5 กม. เท่ากับ 5,000 เมตรหรือ สูงเท่ากับตึกสูง 1428 ชั้น

สำหรับในเมืองไทยอยู่ในตำแหน่งพื้นที่สูงหากเกิดน้ำท่วมโลกน้ำทะเล จะท่วมภาคใต้ภาคกลางจมทั้งหมด โดยมีระดับน้ำท่วม 4-8 เมตร หรือ ระดับตึก 2 ชั้น

จากความเชื่อนี้แสดงว่าพื้นที่ประเทศไทยต่ำกว่าจ.สระบุรีลงมา จมน้ำทั้งหมดเหลือประเทศไทย อยู่เฉพาะภาคเหนือภาคอีสานเหนือ อีสานใต้ บางจังหวัดก็จม น้ำเช่นกัน

จากเว็บไวต์พลังจิตดอทคอมซึ่งเป็นศูนย์รวมนักวิชาการผู้สนใจการศึกษา วิจัยเรื่องพลังจิตได้โพสต์ข้อความไว้ว่า..จากการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกและภาวะ อากาศหนาวในหน้าร้อนฝนตกหนัก ภาคใต้ในฤดูแล้งเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา บอกให้รู้ว่าภูมิอากาศเกิด การแปรปรวนอย่างหนัก อาจเป็นรางบอก เหตุเตือนภัยน้ำท่วมโลกจากธรรมชาติก็เป็นได้

ขณะเดียวกันมีรายงาน ล่าสุดจาก นักวิทยาศาสตร์อวกาศซึ่งเคยทำงาน กับองค์การนาซา ได้เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆนี้ ว่าโลกร้อนขึ้นเนื่องจาก ก๊าซคาร์บอนไดร์ คำนวณแล้วว่าหากเกิดน้ำท่วมโลกขึ้นจริงคงไม่รุนแรง เหมือนโนอาห์คลื่นยักษ์เกิดในทะเล อาจสูงแค่ 500 เมตร ซึ่งอาจทำให้ผู้คน อยู่บนภูเขาสูง ทลายแห่งรอดชีวิตได้

ข่าวล่าสุดคณะนักวิทยา ศาสตร์เชื่อว่าเกิดน้ำท่วมโลกจริง ได้เตรียมผลิตอาหารสำเร็จรูปเป็น อาหารแคปซูลมีขนาดเท่าแท่งช็อคโกแล็ต คนเรากินชิ้นเดียวอิ่มไปทั้งวัน

ผู้รู้ในเมืองไทย ซึ่งไม่ประสงค์ ออกนาม บอกผ่านมายังแปลกทะลุโลกว่า หากผู้ใดเชื่อเกิดน้ำท่วมโลกก็จงเตรียม ตัวเตรียมใจไว้บ้างเช่นเตรียมหาสถาน ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 500 เมตร เป็นที่หนีภัยน้ำท่วม พร้อมอุปกรณ์และ อาหารยังชีพ สำหรับกินอยู่ 3 เดือน ก็จะอยู่รอดปลอดภัยไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก เหมือนสิ่งมีชีวิตยุคโนอาห์

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ คือคำทำนายคำพยากรณ์โดยใช้ข้อมูล ทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิงดังนั้นขอ ให้ผู้อ่านแปลกทะลุโลกอย่าตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายตื่นตูมเชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่งก็น่าจะชิลๆแล้วกระมัง

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก


No.10 is The Aston Martin V12 Vanquish ราคาอยู่ที่ประมาณ $255,000 หรือประมาณ 8,925,000฿

The Aston Martin V12 Vanquish is a supercar manufactured by Aston Martin since 2001. It rose to fame after being featured as the official James Bond car in Die Another Day, the twentieth James Bond film. In the film, the Vanquish has the usual Bond film embellishments, including active camouflage which rendered the vehicle virtually invisible. The Vanquish is powered by a 5.9 L (5935 cc) 48-valve 60° V12 engine, which produces 343 kW (460 hp) and 542 N•m (400 ft•lbf) of torque. It is controlled by a fly-by-wire throttle and a 6 speed 'paddle shift' or semi-automatic transmission. A special V12 Vanquish S debuted at the 2004 Paris Auto Show with the power upped to 388 kW (520 hp) and 577 N•m (426 ft•lbf).

แอสตัน มารติน V12 Vanquish เป็นรถ Super car ที่ผลิตโดยบริษัท แอสตัน มาร์ติน รถคันนี้เป็นรถของ James bond ในภาค Die another day ด้วยนะครับ เรามาดูรายละเอียดของเจ้า V12 Vanquish กันซักนิด ขุมพลังของเจ้าคันนี้คือ เครื่อง V12 ขนาด 5.9 ลิตร หรือประมาณ 5935 ซีซี แรงม้าอยูที่ 460 แรงม้า เกียร์ 6 speed ควบคุมด้วยระบบ digital



No.9 is Lamborghini Murcielago ราคาประมาณ $279,900 หรือประมาณ 9,796,500฿

The Lamborghini Murciélago is a GT and supercar automobile made by Automobili Lamborghini S.p.A. and designed by Luc Donckerwolke. It was introduced in 2002 as the successor to the Diablo. The body style is a two door, two seat coupé. The LP640 version was introduced at the Geneva Motor Show in March of 2006. It features a 6.5 L engine, now producing 640 bhp, improving performance substantially. There were also a few minor external changes, primarily to the low air intakes.


แลมโบกินี Murcielago ผลิตโดย บริษัท Automobili Lamborghini S.p.A. และออกแบบโดย Luc Donckerwolke เจ้ารถคันนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2002 เป็นรถGT และ Super Car มี 2 ประตู และ 2 ที่นั่ง ส่วน ขุมพลังของเจ้านี่คือ เครื่องยนต์ 6.5 L แรงม้า 640 แรงม้า



No.8 is Rolls-Royce Phantom ราคาประมาณ $320,000 หรือประมาณ 11,200,000฿

The Rolls-Royce Phantom is a luxury saloon automobile made by Rolls-Royce Motor Cars, a BMW subsidiary. It was launched in 2003 and is the first Rolls-Royce model made under the ownership of BMW. It has a 6.8 L, 48-valve, V12 engine that produces 453 hp (338 kW) and 531 ft•lbf (720 N•m) of torque. The engine is derived from BMW's existing V12 powerplant. It is 1.63 m (63 in) tall, 1.99 m (74.8 in) wide, 5.83 m (228 in) long, and weighs 2485 kg (5478 lb). The body of the car is built on an aluminium spaceframe and the Phantom can accelerate to 60 mph (100 km/h) in 5.7 s.

โรลส ลอยด์ แฟนท่อม เป็นรถยนต์สุดหรู ที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท Rolls-Royce Motor Cars ซึ่งตอนนี้เป็นบริษัทลูกของค่ายยักษ์ใหญ่จากเยอรมัน นั่นก็คือ BMW เจ้าแฟนท่อมคันนี้เปิดตัวในปี 2003 และถือว่าเป็นรุ่นแรกของ Rolls-Royce ที่เปิดตัวหลังจากโดน BMW เข้ามาบริหาร ขุมพลังของเจ้าแฟนท่อม คือ เครื่อง V12 6.8 ลิตร ให้แรงม้าที่ 453 แรงม้า ตัวรถทำมาจาก อลูมิเนียม อัตราเร่งที่ 0-100 kph อยู่ที่ 5.7 วินาที เห็นรูปทรงอย่างนี้แต่แรงไม่ใช่เล่น




No.7 is Maybach 62 ราคาอยู่ประมาณ $385,250 หรือประมาณ 13,483,750฿

The Maybach 57 and 62 were the first automobile models of the Maybach brand since the brand's revival by DaimlerChrysler. They are derived from the Mercedes-Benz Maybach concept car presented at the 1997 Tokyo Motorshow (which was based on the Mercedes-Benz S-Class sedan). DaimlerChrysler attempted to buy the Rolls-Royce/Bentley marque when Vickers offered the company up for sale. When this attempt failed (they were outbid by BMW and Volkswagen respectively) they introduced the Maybach as a direct challenger in 2002. Both models are variants of the same ultra-luxurious automobile. The model numbers reflect the respective lengths of the automobiles in decimetres; the 57 is more likely to be owner-driven while the longer 62 is designed with a chauffeur in mind. The engine is a Mercedes-sourced 5.5-liter twin-turbo V12, generating 550 hp.

เมย์บัคเป็นรถที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย เมอร์ซิเดสเบนซ์ จริงๆแล้วตอนแรก เมอร์ซิเดสเบนซ์ มีความพยายามที่จะไปซื้อต่อกิจการของ Rolls-Royce Bentley แต่ไม่สามารถซื้อได้ จึงได้คิดค้นแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา โดยเจ้าเมย์บัคถทอว่าเป็นรถระดับ Hi-class ส่วนเมย์บัค 62 เป็นรถที่ถูกพัฒนามาจาก Mercedes-Benz Maybach ที่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ในงาน โตเกียวมอเตอร์เอกซ์โป ประเทศ ญี่ปุ่น เครื่องยนต์ของมันคือ V12 5.5 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้แรงม้าอยู่ที่ 550 แรงม้า





No.6 is Mercedes SLR McLaren ราคาประมาณ $455,500 หรือประมาณ 15,942,500฿

The Mercedes-Benz SLR McLaren is a sports car and supercar automobile co-developed by DaimlerChrysler and McLaren Cars. It is assembled at the McLaren Technology Centre in Woking, England. Most people presume "SLR" to stand for "Sportlich, Leicht, Rennsport" (German for "Sport; Light; Racing"). The car's base price is £300,000 or $455,500. The SLR has a supercharged 5.5 (5439cc) litre dry sumped 90 degree V8. It produces 466.8 kW at 6500rpm (626 hp) and 780 N•m (575 ft•lbf) torque at 3250 - 5000 rpm.

เมอรซิเดสเบนซ์ SLR Mclaren เป็นรถสปอรต์ที่พัฒนาโดย DaimlerChrysler และ McLaren Cars ในประเทศอังกฤษ บางคนบอกว่าคำว่า SLR นั้นย่อมาจาก "Sportlich, Leicht, Rennsport" หรือ "Sport; Light; Racing" เครื่องยนต์ของเจ้าตัวนี้เป็นเครื่อง V8 supercharged 5.5 ลิตร หรือประมาณ 5439 ซีซี ให้แรงม้าที่ 626 แรงม้า



No.5 is Porsche Carrera GT ราคาประมาณ $484,000 หรือประมาณ 16,940,000

The Porsche Carrera GT is a supercar, manufactured by Porsche of Germany. The Carrera GT is powered by an all-new 5.7 litre V10 engine producing 612 SAE horsepower (450 kW). Porsche claims it will accelerate from 0 to 100 km/h (62.5 mph) in 3.9 seconds and has a maximum speed of 330 km/h (206 mph), although road tests indicated that in actuality the car could accelerate from 0-60 in under 3.5 seconds and to 0-100 in 6.8 seconds and has a top speed of 335-340km/h (209-212.5mph).



พอช คาเรร่า จีที เป็นรถ Supercar ที่ผลิตโดย พอส ประเทศ เยอรมันนี รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์ที่ออกแบบมาใหม่ คือ V10 5.7 ลิตร ให้แรงม้าที่ 612 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-60 kph อยู่ที่ 3.5 วินาที ส่วน 0-100 Kph อยู่ที่ 6.8 วินาที ความดร็วสูงสุดทำได้ 335-340 Km/h





No.4 is Koenigsegg CCX ราคาประมาณ $600,910 หรือประมาณ 21,031,850

The Koenigsegg CCX is the latest supercar from Koenigsegg. CCX is an abbreviation for Competition Coupe X. The X commemorates the 10th anniversary of the completion and test drive of the first CC vehicle in 1996. The CCX is intended to be more suitable for the U.S. market and thus engineered to comply with US regulations. The CCX is powered by a Koenigsegg designed and assembled, all aluminium, 4700 cm³ DOHC 32-valve V8 based on the Ford Modular engine architecture enhanced with twin Rotrex centrifugal superchargers with response system, 1.2 bar boost pressure and an 8.2:1 compression ratio. The engine produces 806 hp (601 kW) and 678 lbf.ft (920 Nm) on 91 octane (U.S. rating) gasoline, 850 hp (634 kW) on 96 octane (Euro rating) gasoline and 900 hp (671 kW) on biofuel.

The Koenigsegg CCX เป็นรถรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Koenigsegg คนไทยอาจจะไม่คุ้นชื่อนี่นัก เพราะว่าส่วนใหญ่รถยี่ห้อนี่จะมีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวถังทั้งหมดเป็นอลูมิเนียม เครื่องยนต์ V8 twin Rotrex เครื่องยนต์ ในส่วนของแรงม้านั้น ก็จะแตกต่างกันไปตามน้ำมันที่ใช้ ดังนี้ 806 hp on 91 octane (U.S. rating) gasoline, 850 hpon 96 octane (Euro rating) gasoline and 900 hp on biofuel



No.3 is Pagani Zonda C12 F ราคาประมาณ $741,000 หรือประมาณ 25,935,000 ฿

The Zonda C12 F debuted at the 2005 Geneva Motor Show. It is the most extensive reengineering of the Pagani car yet, though it shares much with its predecessors including the 7.3 L V12. Power is increased to 602 PS (443 kW/594 hp) with a special clubsport model producing 650 PS (478 kW/641 hp). The company promises a 3.2 second sprint to 60 mph (97 km/h, a top speed over 374 km/h (225 mph) and it will be the queen in braking from 300 km/h to 0 (186 mph to 0). The Zonda F clubsport has a power to weight ratio of 521 bhp/ton (384 W/kg) . Compare, for example, the Enzo Ferrari which has a power to weight ratio of 483 bhp/ton (356 W/kg).

พากานี่ ซอนด้า เปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีว่า มอเตอร์โชว์ ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดในด้านความเร็ว ด้วยเครื่องยนต์ V.12 7.3 ลิตร มีแรงม้าถึง 641 แรงม้า ใช้เวลาในการเร่งจาก 0-100 Kph ด้วยเวลาเพียง 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 374 Kmh นอกจากความสามารถในเรื่องความเร็วนั้น พากานี่ ซอนด้า ยังเป็นที่สุดในเรื่องของระบบเบรกอีกด้วย




No.2 is Ferrari Enzo ราคาประมาณ $1,000,000 หรือประมาณ 35,000,000

The Enzo Ferrari, sometimes referred to as the the Ferrari Enzo and also F60 is a 12-cylinder Ferrari supercar named after the company's founder, Enzo Ferrari. It was built in 2003 using Formula One technology, such as a carbon-fiber body, F1-style sequential shift transmission, and carbon-ceramic brake discs. Also used are technologies not allowed in F1 such as active aerodynamics. After a maximum downforce of 1709 pounds (775 kg) is reached at 186 mph (301 km/h) the rear spoiler is actuated by computer to maintain that downforce.

เฟอรารี่ เอนโซ่ ถูกสร้างขึ้นในปี 2003 โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับ รถแข่ง Formula-1 (F-1) เช่น ตัวถังเป็น คาร์บอน ไฟเปอร์ ระบบการเปลี่ยนเกียร์แบบรถ F-1 จานเบรคทำมาจาก คาร์บอน เซรามิก และสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของเจ้า เฟอรารี่ เอนโซ่ตัวนี้ก็คือ เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง Spoiler ข้างหลังจะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้แรงกดที่พอเหมาะ




NO .1 ได้แก่ Bugati Veyron ส่วนราคาอยู่ที่ $ 1,700,000 หรือประมาณ 59,500,000฿
The Bugatti Veyron 16.4 is the most powerful, most expensive, and fastest street-legal production car in the world, with a proven top speed of over 400 km/h (407 km/h or 253 mph). It reached full production in September 2005. The car is built by Volkswagen AG subsidiary Bugatti Automobiles SAS and is sold under the legendary Bugatti marque. It is named after racing driver Pierre Veyron, who won the 24 hours of Le Mans in 1939 while racing for the original Bugatti firm. The Veyron features a W16 engine—16 cylinders in 4 banks of 4 cylinders.


บูกาติ เวย์รอน 16.4 สุดยอดยนตกรรมที่ แรงที่คาุด เร็วที่สุด แพงที่สุด ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 400 Kmh ผลิตครั้งแรกเมื่อ กันยายน 2005 โดยผู้ผลิตคือ Volkswagen AG ซึ่งเป็นเครือของ Bugatti Automobiles SAS ในส่วนของชื่อรุ่น เวย์รอนนั้น ได้แรงบันดาลใจมากจาก Pierre Veyron ซึ่งเป็นตำนานนักแข่งที่อยู่ในสังกัดของ บูกาติ


วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

พริกที่เผ็ดที่สุดในโลก"ฮาบาเนโร่"

พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกนั้นคือพริก “ฮาบาเนโร” เป็นพริกที่มีถิ่นกำเนิดในแถบภูมิภาคเมโสอเมริกา ซึ่งอยู่บริเวณคาบสมุทรยูคาตันในทวีปอเมริกากลางที่ยื่นเข้าไปในอ่าวเม็กซิโก ถูกค้นพบโดยชาวยุโรปและกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยพริกฮาบาเนโรที่มีเครื่องหมายการค้าจากเร้ด ซาบีนาได้รับการรับรองว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกและได้รับการบันทึกลงในกินเนสต์บุ๊คด้วย

พริกฮาบาเนโรนั้นมีขนาดประมาณ 2-6 เซนติเมตรตามความยาว มีลักษณะเหมือนผลไม้ และมีรสเปรี้ยวเหมือนส้ม เมื่อยังดิบจะมีสีเขียว พอสุกได้ที่จะมีสีที่หลากหลายซึ่งโดยทั่วไปก็จะเป็นสีส้มและสีแดงเหมือนพริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าบ้านเรานี่เอง ทั้งนี้ยังพบฮาบาเนโรที่สุกแล้วเป็นสีน้ำตาล สีขาว และสีชมพูได้อีกด้วย

และด้วยความเผ็ดร้อน บวกกับรสชาติเปรี้ยวนิดๆ และกลิ่นหอมของฮาบาเนโร จึงมีคนนิยมนำพริกชนิดนี้ไปเป็นส่วนประกอบของอาหารที่ต้องการความเผ็ด โดยเฉพาะซอสพริก เช่นบริษัทที่ผลิตซอสพริกทาบาสโกซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกก็นำฮาบาเนโรมาทำซอสพริกเวอร์ชั่นใหม่ที่ร้อนแรงกว่าทาบาสโกตามปกติด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยในเทกซัสก็ได้คิดค้นพริกฮาบาเนโรที่มีความเผ็ดร้อนน้อยลงซึ่งยังคงกลิ่นและรสตามแบบเดิมของพริกชนิดนี้ไว้ได้ โดยการผสมพันธุ์พริกฮาบาเนโรสายพันธุ์ยูคาตันกับสายพันธุ์ที่ปราศจากความเผ็ดของโบลิเวีย จนได้พริกฮาบาเนโรที่มีรสชาติละมุนกว่าเดิมซึ่งพวกเขาคาดว่าจะวางขายอย่างกว้างขวางได้ในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันประเทศที่เป็นผู้ผลิตฮาบาเนโรที่สำคัญนั้นได้แก่ เบลีซ คอสตาริกา และรัฐบางรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น เทกซัส ไอดาโฮ และแคลิฟอร์เนีย

ทั้งนี้ ในทศวรรษที่ 18 ผู้เชี่ยวชาญด้านการแบ่งประเภทสิ่งมีชีวิตเข้าใจผิดว่า จีนเป็นประเทศต้นกำเนิดของฮาบาเนโร จึงเรียกพริกชนิดนี้ว่า ไชนีส เปปเปอร์ ชื่อนี้จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของพริกฮาบาเนโรไปโดยปริยาย

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วันวิสาขบูชา


รูปย่อสำหรับรุ่น 22:19, 8 กุมภาพันธ์ 2552 วันวิสาขบูชา หรือ วิศาขบูชา (บาลี: วิสาขปูชา; อังกฤษ: Vesak) เป็น "วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล" ของชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก, วันหยุดราชการ ในหลายประเทศ และ วันสำคัญของโลก ตามมติเอกฉันท์ของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ[1] เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นได้เกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขมาส (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกการบูชาในวันนี้ว่า "วิสาขบูชา" ย่อมาจาก"วิสาขปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน โดยในประเทศไทย ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 หลัง ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทอื่นที่ไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติของไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม[2] และในกลุ่มชาวพุทธมหายานบางนิกาย ที่นับถือว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 นั้น เกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน ๆ ซึ่งจะไม่ตรงกับวันวิสาขบูชาตามปฏิทินของชาวพุทธเถรวาท [3]
วันวิสาขบูชานั้น ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล โดยเหตุการณ์แรก เมื่อ 80 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน (อยู่ในเขตประเทศเนปาลในปัจจุบัน) และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) และเหตุการณ์สุดท้าย เมื่อ 1 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือเดือนวิสาขะนี้ทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน 6 นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด และได้นิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบมาจนปัจจุบัน
วิสาขบูชา มีการนับถือปฏิบัติกันในหลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาททุกนิกายมาช้านานแล้ว ในบางประเทศเรียกพิธีนี้ว่า "พุทธชยันตี" (Buddha Jayanti) เช่นใน อินเดีย และศรีลังกา ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ เช่น ประเทศอินเดีย, ประเทศไทย, ประเทศพม่า, ประเทศศรีลังกา, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น (ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมากที่สุด) ในฝ่ายของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้รับคติการปฏิบัติบูชาในวันวิสาขบูชามาจากลังกา (ประเทศศรีลังกา) ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานว่ามีการจัดพิธีวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
วันวิสาขบูชา ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก (ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา) และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day)" หรือ "วันสำคัญของโลก" ตามคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 54 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ "ประสูติ" ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ "ตรัสรู้" เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย "พระบริสุทธิคุณ", "พระปัญญาคุณ" ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือความจริงของโลกแก่พหูชนทั้งปวงโดย "พระมหากรุณาธิคุณ" จวบจนทรง "เสด็จดับขันธปรินิพพาน" ในวาระสุดท้าย ซึ่งทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 ทั้งสิ้นนี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

สยามหัวเราะ




ที่ประเทศเดนมาร์ค มีการยอมรับให้หัวเราะบำบัด เป็นยารักษาโรคตามวิถีแพทย์ทางเลือก และเพื่อให้หัวเราะบำบัดเป็นศาสตร์ของคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ จึงได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม โดยเมื่อราว 4 ปีที่ผ่านมา ได้นำหัวเราะบำบัดแบบสากลมาผสมผสานกับภูมิปัญญาของประเทศ เกิดเป็นเอกลักษณ์ใหม่ในชื่อ "สยามหัวเราะ" หรือ Laughter Siam

"สยามหัวเราะ" หัวเราะบำบัดแบบไทย

"สยามหัวเราะ" ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ 4 ทาง คือ ทางร่างกาย เมื่อทุกเซลล์ในร่างกายถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว การทำงานทุกระบบภายในร่างกายจะดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ที่ควบคุมเรื่องสุขภาพและสุนทรียภาพทางอารมณ์ เช่น ดนตรีหรือศิลปะ ทำให้สมองโล่ง ไม่เครียดหรือยึดติดกับเรื่องเก่า ๆ พร้อมรับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ทางอารมณ์ ทำให้มีอารมณ์ที่หนักแน่นมั่นคงและปล่อยวางได้มากขึ้น ทางสังคมช่วยให้ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศในสังคมดีขึ้น และทางจิตวิญญาณ เป็นการสร้างพลังชีวิต ให้ชีวิตมีชีวา โดย "สยามหัวเราะ" มีท่าพื้นฐาน 4 ท่า คือ

ท้องหัวเราะ หัวเราะออกเสียง "โอ" เอาสองมือวางทาบที่ท้อง พร้อมขยับท้องขึ้นลง เวลาขยับตัวขึ้นมือก็จะขึ้นตาม ช่วยนวดบริเวณท้อง เป็นการกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ผู้ที่มีอาการท้องผูกและกรดไหลย้อนหากทำท่านี้ประจำอาการจะดีขึ้น

อกหัวเราะ หัวเราะออกเสียง "อา" พร้อมขยับอกขึ้นลง ช่วยคลายกล้ามเนื้อช่วงอก ลดอาการกล้ามเนื้อเครียด เป็นการกระตุ้นหัวใจ ช่วยยืดหลังให้ตรง และที่สำคัญเป็นการป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านมได้ด้วย เพราะการขยับช่วงอก จะทำให้ปอดและหน้าอกหรือเต้านมได้เคลื่อนไหว ไม่เป็นพังผืดและตึงกระชับ

คอหัวเราะ หัวเราะออกเสียง "อู" พร้อมใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ดันช่วงคอออกไปข้างหน้า ให้แขนแนบขนานลำตัว รักแร้และกล้ามเนื้อข้างลำตัวจะถูกแขนถูจนเกิดความร้อน เป็นการขับสารเคมีที่ผิดปกติออกจากผนังปอดได้อีกทางหนึ่ง

และสุดท้าย หน้าหัวเราะ หัวเราะออกเสียง "เอ" ใช้นิ้วทั้งสิบขยับสลับกันไปมานวดไปบนหน้า เป็นการฝึกประสาทสมอง และผ่อนคลายทั่วใบหน้า

นอกจากนี้ยังมีท่า มือหัวเราะ สะโพกหัวเราะ ไหล่หัวเราะ ตาหัวเราะ จมูกหัวเราะ และ หูหัวเราะ เพื่อให้ร่างกายได้ออกกำลังกายทุกส่วนพร้อมเสียงหัวเราะอีกด้วย

จุดเด่นของสยามหัวเราะที่หัวเราะบำบัดทั่วโลกไม่มี คือ หลังจากทำท่าหัวเราะต่าง ๆ ไปแล้วจนรู้สึกผ่อนคลายและหัวเราะได้อย่างอิสระ หรือเรียกว่าถึงจุดพีค ผู้บำบัดจะถูกให้หยุดหัวเราะทันที เพื่อไม่ให้เกิดการหัวเราะจนเตลิด ให้เกิดการสำรวจร่างกาย ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น มีสติในการดูแลรักษาร่างกาย เกิดการรู้ทันตนเอง (Self awareness) ที่ผู้บำบัดจะรู้สึกได้ด้วยตัวเอง

เพราะสยามหัวเราะ เป็นการหัวเราะพร้อมออกกำลังกายในระดับเซลล์ จึงมีรายงานว่าช่วยรักษาอาการโรคฮิตคนเมืองอย่างกรดไหลย้อน ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม ลดความอ้วน ช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ ระบบย่อยอาหาร ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบเจริญพันธุ์ เรียกได้ว่า เมื่อร่างกายทุกส่วนตื่นตัว กลไกการทำงานของร่างกายก็จะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โรคภัยไข้เจ็บจึงไม่เกิดนั่นเอง

หัวเราะต้านหวัด 2009

เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม จึงได้คิดค้นท่าออกกำลังกายเพื่อช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน พร้อมกระตุ้นสมองได้ 2 ซีกพร้อมกัน เป็นการต่อยอดจากสยามหัวเราะ ท่าออกกำลังกายนี้ ทำเพียงวันละครั้ง ครั้งละ 1 นาที ภายใต้สโลแกนที่ว่า "ออกกำลังสมองวันละ 1 นาที สุขภาพดี ชีวีมีขำ"

ก่อนทำท่านี้ให้นึกถึงภาพของหนุมาน จากนั้น เริ่มด้วยการยืนแยกขาออกจากกันพอประมาณ ย่อตัวลงเล็กน้อย ชูมือขึ้นระดับศีรษะ ขยับขาขึ้นลงซ้ายขวาสลับกับมือและแขน พร้อมกันนั้นต้องกำมือแล้วคลายออกสลับไปด้วย และต้องไม่ลืมโยกย้ายร่างกายและขยับกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าอย่างเบิกบานด้วย เพียงวันละ 1 นาที ท่าทางที่ตลกนี้จะทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สนุก ได้ออกกำลังร่างกายทุกส่วน เป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกัน และการขยับมือเท้าสลับกันยังช่วยกระตุ้นสมองทั้งสองซีกด้วย ที่สำคัญท่านี้ไม่ต้องเปล่งเสียงหัวเราะ ไม่ต้องใช้เวลานาน ไม่ใช้อุปกรณ์หรือสถานที่ เป็นการออกกำลังกายแบบลงทุนน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก

จากการใช้ท่าออกกำลังกายนี้บำบัดเด็กติดเกมใน 15 โรงเรียน พบว่าเด็กกว่าครึ่งหนึ่งหายจากอาการติดเกม และตั้งใจเรียนหนังสือมากขึ้น ที่สำคัญ เด็กไม่เบื่อเพราะใช้เวลาน้อยและสนุก

เสียงหัวเราะกับน้ำในร่างกาย

หัวเราะบำบัดหรือสยามหัวเราะเป็นวิธีหนึ่ง ที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายทุก ๆ ส่วนตั้งแต่ระดับเซลล์ และกระตุ้นให้น้ำในเซลล์เกิดสมดุล และทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนการทำน้ำเสียให้เป็นน้ำสะอาด เพราะเมื่อเราเครียดหรือมีความทุกข์ สมองจะหลั่งสารเศร้าออกมาผ่านทางของเหลวในร่างกาย อาทิ อะดรีนาลีน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสารกดดัน และ คอร์ติซอล ที่จำง่าย ๆ ว่าสารเศร้าหรือสารเครียด และวิธีการเดียวที่จะขจัดความเครียดและซึมเศร้าออกจากร่างกายได้คือ "การหัวเราะ" เพราะเมื่อเราหัวเราะร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ไม่ว่าจะเป็น เอนดอร์ฟิน หรือมอร์ฟีน เพิ่มความสุขตามธรรมชาติ เซโรโทนิน หรือสารปราศจากเครียด และ โดปามีน หรือสารหรรษา เป็นกลไกการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่นิดเดียว

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการหัวเราะนั้นมีมากมายอย่างที่คาดไม่ถึง รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมให้ความสำคัญกับการหัวเราะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายจากภายในด้วยหัวเราะบำบัด หรือสยามหัวเราะ ที่นอกจากจะได้ความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวเราะแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงสมบูรณ์อีกด้วย